greedbag banner

greedbag banner
please visit panda shop

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Bear-Garden



There can occasionally be a taint of condescension in Western appreciation of Asian pop artists, especially when the artists in question are female. (Not all supposed fans of Shonen Knife were sincere in their appreciation, and a surprising number seemed unaware of how much of the band's songwriting and image was a deliberate stylistic choice.) However, for all of the unapologetic cuteness in Bear-Garden's music, this twee pop act from Bangkok, Thailand, led by singer/songwriter Somsiri Sangkaew, has no sense of amateurishness or "so wrong it's right" strangeness in its expertly deployed indie pop. Some points of comparison include Architecture in Helsinki, Sufjan Stevens, the Envelopes, the Go! Team, and the Flaming Lips, all of whom share Sangkaew's sonic playfulness and disinclination toward easy stylistic pigeonholing. Sangkaew's first major musical experience was as bassist in the all-female trio Subnai, who had a string of pop hits in Thailand in the late '90s. Following that band's breakup, Sangkaew started Bear-Garden (her private phrase for a messy, lived-in room) as a solo project with 2001's I'm a Gardener, followed by 2003's Mercy Killing, 2004's Blue Traveler, and 2005's Love Is Sweet Suicide. ~ Stewart Mason, All Music Guide

เป็นโปรเจคเพลงพ๊อพแนวทดลองของ "จูน โสมสิริ แสงแก้ว" ซึ่งอาจจะไม่คุ้นชื่อนัก เธอสนใจดนตรีมาแต่เด็กๆ เพราะที่บ้านมีพี่ชายที่ชอบเล่นกีตาร์และฟังเพลง จึงร้องขอให้พ่อพาไปเรียนกีต้าร์คลาสสิค ด้วยความชอบในศิลปะด้วย จึงเลือกเรียนต่อที่คณะนิเทศน์ศิลป์ฯลาดกระบังในสาขาภาพยนตร์ และในช่วงที่เป็นนักศึกษาปีแรกนั้นเธอจึงมีโอกาสได้ทำวงดนตรีสมใจ โดยได้เห็นจากประกาศรับสมัครมือเบสที่ลงในแม๊กกาซีนเพลงที่เธอติดตามชื่อ Generation Terrorist ซึ่งนำเสนอเพลงแนว Alternative หรืออินดี้จากต่างประเทศซึ่งกำลังใหม่มากอยู่ในสมัยนั้น เธอได้ติดต่อไปและได้เป็นสมาชิกของวงนั้น เริ่มจากเป็นเพียงวงดนตรีเล็กๆจากกลุ่มนักศึกษาหญิงต่างสถาบัน ที่รวมตัวเพื่อเล่นดนตรีและทำเดโมเพลงโดยตั้งชื่อวงกันว่า "ซับใน" ในที่สุดพวกเธอก็ได้เข้าสังกัดและออกเทปเป็นครั้งแรกในปี 2538 ซึ่งเป็นช่วงที่วงการเพลงในบ้านเรากำลังเฟื่องฟูและมีค่ายเพลงเกิดขึ้นมากมายทีเดียว หลายคนที่ติดตามช่วงนั้นอาจจะเคยคุ้นชื่อวงกันบ้าง

วงซับในนั้นเดิมมีสมาชิกสามคน คือ "อ้อ" มือกีตาร์ "นดา" มือกลอง และ "จูน" รับหน้าที่เล่นเบส ขณะที่ออกเทปอัลบั้มแรกได้มี "จิ๊บ" ดุสิตา ซึ่งเป็นดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง เข้าร่วมในตำแหน่งร้องนำด้วย สำหรับการเริ่มต้นได้ออกผลงานในวงการดนตรีเป็นครั้งแรกถือว่าทำได้ไม่เลวนัก ถึงแม้จะมีเพลงที่วงซับในแต่งเองอยู่เพียงหนึ่งเพลง โชคร้ายที่เศรษกิจเกิดทรุดตัวทำให้ค่ายเพลงต่างๆต้องปิดตัวลง วงซับในจึงกลับมามี 3 คนตามเดิม จูนยังคงทำเดโมใหม่ๆกับวงต่อไป

ปี 2540 กับการเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย จูนได้ทำภาพยนต์สั้นเรื่อง "เรื่องเล่าของเผ่าพันธุ์" ด้วยเทคนิคอะนิเมชั่นแบบตัดกระดาษขยับเป็น Thesis ก่อนศึกษาจบ ซึ่งได้รับรางวัลภาพยนต์สั้นยอดเยี่ยมจากอาจารย์ปยุต เงากระจ่าง ในงานประกวดภาพยนต์สั้นของมูลนิธิหนังไทยที่จัดขึ้นปีที่สอง ในช่วงเรียนจบใหม่ๆเดโมของวงซับในก็คืบหน้าไปเรื่อยๆแล้ว โดยเธอเป็นคนเขียนเนื้อร้องและทำนองเองถึง 9 เพลง วงซับในจึงออกเทปเป็นครั้งที่สองในปี 2542 กับ undertone records สังกัดอินดี้ที่ให้อิสระในการทำงานมากขึ้น เพลงของซับในได้ปลุกกระแสวงการเพลงอินดี้ขึ้นมาบ้าง แต่ก็สมาชิกอีกสองคนในวงก็เลือกที่จะหยุดทำวงต่อ จูนจึงหันมาทำงานเพลงในรูปแบบคนเดียวและใช้ชื่อว่า Bear-Garden ( แบร์การ์เด้น) ในที่สุด

สิ้นสุดการตามหาสังกัด ปี 2543 จูนและเพื่อนๆในแวดวงจึงร่วมกันก่อตั้งค่ายเพลงอินดี้เล็กๆชื่อ Panda Records ที่เธอเป็นคนออกแบบโลโก้ด้วย ในตอนแรกเริ่มเป็นการออกอัลบั้มรวมเพลงจากศิลปินอินดี้หลากหลายกลุ่มก่อน เพราะเป็นการดีที่จะได้แนะนำศิลปินใหม่ๆ เพื่อผู้ฟังจะได้ทำความรู้จักและติดตามต่อไป ซึ่งก็มีเพลงของเธอด้วยอยู่ในนั้น เธอใช้เวลาเขียนเพลงใหม่ๆขึ้นอีก ทำการบันทึกเสียงและโปรดิวซ์กันเองจนสำเร็จเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกออกในปี 2544 มีชื่อชุดว่า I'm a gardener ซึ่งเธอยังลงมือทำมิวสิควีดิโอซิงเกิ้ลแรก La La is Love เป็นการ์ตูนอะนิเมชั่นด้วยตัวเอง หลังจากนั้นก็ออกผลงานในชื่อ Bear-Garden มาตลอดทุกปี มาจนปลายปี 2548 อัลบั้มชุดที่ 4 ชื่อ Love is sweet suicide นับเป็นอัลบั้มเต็มล่าสุด

ผลงานของแบร์การ์เด้นได้เดินทางไปไกลถึงคอเพลงอินดี้ในต่างประเทศ จึงได้มีโอกาสไปแสดงคอนเสิร์ตอยู่บ่อยครั้ง เช่นที่ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซีย...

และเมื่อมีเวลาว่างเธอก็ยังคงทำงานเพลงที่เธอชอบต่อไป

The Stickie Rice


เดอะสติ๊กกี้ไรซ์ วงดนตรี Retro Dub 3 ชิ้น นำโดย ปุ๊ก Puttitorn Taypabood นักดนตรีในสายเลือด คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลง Dub Reggae และดนตรีทดลอง Experimental มากว่า 10 ปี โดยยุคแรกเล่นตำแหน่ง Turntable สนับสนุนให้กับวง T-Bone และต่อมาเล่นกีตาร์ในวง Kaijo Brother และยังเคยรวมตัวกับเพื่อนๆในแวดวงทำวงแนวทดลองชื่อ Dub Brainer ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการดนตรีนอกกระแสยุคปี 2000 ได้ไม่น้อย


ปุ๊กยังรวบรวมเพื่อนๆขึ้นทำโปรเจควงดนตรีในแบบที่เขาชื่นชอบอยู่ตลอดเวลา เช่น Rajahsie I และโปรเจคร่วมกับนักดนตรีต่างชาติในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดน เดอะสติ๊กกี้ไรซ์เป็น โปรเจคดนตรี Retro Dub แบบ Live โดยมีสมาชิกที่รู้ใจเหนียวแน่นมานาน ได้แก่ ปิ๊ก น้องชายร่วมสายเลือดในตำแหน่งเบส และเพื่อนสนิทแต่วัยเด็ก ต๊อบ มือเปอร์คัสชั่นที่มารับหน้าที่กลองชุด ที่มาลงตัวกับ Panda Records ที่สามารถรองรับการผลิตงานดนตรีแบบนี้ได้พอดี ขณะนี้กำลังเริ่มบันทึกเสียงอัลบั้มซึ่งจะทำในขณะมีการแสดงสดจริงๆพร้อมคนดู ซึ่งเป็นสักขีพยานในงานดนตรีอันเข้มข้นนี้

Kraffa

I've been obsessed with Sound even before I knew what Sound Design was all about. It was around 2006 when I received my first personal computer, the Macintosh . Interestingly enough, the root of my passion for design could be stemmed from this very moment. As the computer had been preinstalled with programs like Garage Band and logic express , I was bound to spend hours recording and editing (with a loop in that program). Soon enough, I grew tired of these applications and moved on to a heftier Sound program, Logic pro. This could be considered my stepping stone into the realm of Sound design. The powerful tools and interface allowed me to create anything I envisioned from scratch. While most of the creations were worthy of a 12-year old melodies and designs, it became an obsession for me.

Throughout the last few years, I have practice every tools of the program and have begun developing my skillset step by step. As a designer, I strive to engineer form and function in complete harmony. Removing unnecessary design elements and having a concise and direct approach to design problems will ultimately create a successful music and sound for both its content and its design.

Hope you enjoy your visit.
Best Regards.
NORRASAK RAMASUTE

Fan page

Buddhist Holiday LP ready to order!

Buddhist Holiday LP ready to order!
คุณสามารถสั่งซื้อที่นี่ในราคา 1040 บาท สามารถชำระเงินได้โดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพสาขาคาร์ฟูร์สุขาภิบาล3 ชื่อบัญชี Wannarit Pongprayoon บัญชีสะสมทัพย์เลขที่ 0690035597 จากนั้นถ่ายรูปสลิปแล้วส่งเมลกลับมายืนยันพร้อมที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่งไปที่ info.pandarecords@gmail.com แผ่นเสียงจะถูกจัดส่งไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้ภายใน 2-3 วันทำงาน และจะได้รับ Mp3 เวอร์ชั่นทางอีเมลที่ส่งมา