Chapter 1 Kao-Lak
เช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม ...
เป็นเรื่องธรรมดาของพวกเราที่ก่อน ออกเดินทางจะไปที่ไหนกันแต่ละที
จะไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้า และครั้งนี้ก็เหมือนเคย กว่าที่พวกเราจะเก็บข้าวของ
(หลังจากการซ้อมดนตรี )กันเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเช้าพอดี
การนัดพบกันที่สนามบินดอนเมืองตอน 6 โมงเช้าในสภาพที่ยังไม่ตื่นดี
พร้อมกับการแบกเครื่องดนต รี และข้าวของกันอย่างพะรุงพะรัง หัวหูกระเซิงก็คงเป็นภาพที่ไม่น่าดูแกผู้พบเห็นเท่าไหร่
หลังจากที่ไปรอต่อคิวเข้าแถวเตรียมโหลดกระเป๋า แว่วเสียงกีต้าร์โปร่งก็ลอยมากระทบหูอันงัวเงียของพวกเรา
พยายามหาที่มาของเสียง เป็นอันกระจ่างเมื่อเห็นวง Buddish Holiday นั่งล้อมวงเกากีต้าร์โปร่งหยั่งกะวงเหล้า แต่ที่นี่มันท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองนะ..เธอ
และทริปนี้พวกเราจะไปร่วมเล่นดนตรี ในงานครบรอบร้อยวัน Tsunami ที่เขาหลัก
จังหวัดพังงา อันมีเพื่อนนักดนต รี คือ Buddish Holiday และ Scrubb
ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ด้วยความผิดพลาด พลาดแล้ว พลาดอีก
ของสายการบินที่จะพาเราไปภูเก็ต ขอสงวนนาม ( เห็นว่าเครื่องมีปัญหา )หรือ
อาจเป็นเพราะหนึ่งในพวกเราพกความซวยติดตัวมาด้วย
ทำให้พวกเราต้องรอไปจนถึงสิบโมงเพื่อขึ้นเครื่อง..โอว อุตส่าห์ตื่นแต่เช้า
หลังจากงัวเงียกันไปมาจนเกือบสิบโมงก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ยังไม่ทันหลับดี
ก็ถึงท่าอากาศยานภูเก็ตซะแล้ว.. เดินงัวเงียกันลงมา แก๊งค์เพื่อนสาวของเราที่เดินทางมาก่อนหน้านี้
และพี่ทร คนขับรถ ก็มารอรับด้วยรถตู้ไฮโซสุดโอ่โถง เดินทางสู่เขาหลัก รถตู้พาเราไปที่
Location ที่จัดงานครบรอบร้อยวันเพื่อดูบรรยากาศในงาน มีซุ้มขายของหลายประเภทที่ชาวพื้นถิ่นนำมาขาย ตะกร้าสาน ผ้าบาติก สบู่
และอื่นๆอีกมากมาย เราซื้อเข็มกลัดที่มีโลโก้ครบรอบร้อยวันมาหนึ่งอัน
" Hope Spirit Renewal " อันเป็นคอนเส็ปของงานนี้..ชอบมากๆ
เดินไปมาท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆประกอบกับความงัวเงียผลที่ได้คือความทรมานทางกาย พวกเราเลยขอตัวไปพักงีบเอาแรงสำหรับเย็นนี้
 
 
...สี่โมงเย็น แก๊งค์สามหนุ่มสถาปัตย์ จุฬา ( ที่มาเป็นอาสาสมัครที่นี่มานาน ) มารับเราไปที่
Location แดดยามเย็น และลมทะเล ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทีเดียว พวกเราเดินไป
กินขนมจีนที่ชาวบ้านมาออกร้านขาย อร่อย... หลังจากนั้นก็จิบเบียร์เย็นๆ บรรยากาศริมทะเล
Chill จริงหนอ...แต่ฝนก็เทลงมา ทำเอาคนจัดงานใจหายเพราะกลัวว่าอาจจะต้องงด
การแสดง แต่ก็ไม่นานนักฟ้าก็สดใสอีกครั้ง มีเสื่อปูให้คนมานั่งดูที่กลางลานคนเริ่ม
ทยอยกันมา การแสดงเริ่ม
 
 
 


...แสงแดดเริ่มอ่อนความมืดเข้าปกคลุม ลมทะเลโชยมา นั่งคุยกันไป ฟังดนตรี กันไป...
กำหนดการของ Bear-Garden ประมาณทุ่มครึ่ง ต่อมาเป็นสองทุ่ม และสามทุ่ม
พวกเราประจำที่ ป๊อกเป็นคนดูแลเปิดลูป คีย์บอร์ด, เติ้ล นิ้งหน่อง, จูน กีต้าร์
และเราร้องและเล่นเบส คราวนี้เรามากันแบบเซ็ตเล็ก ไม่มีมือกลองมาเอง แต่ก็มีมือกลองแลกเปลี่ยนมาช่วยตีคือคุณเมื่อย สครับ ซึ่งก่อนหน้านั้น จูน
ไปช่วยตีให้วงสครับก่อน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกันขำ ๆ

ก็เป็นบรรยากาศที่ดูเป็นกันเอง แต่ที่เห็นส่วนมากจะเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มาดู
แถมทำตัวสนุกสนาน แด๊นส์กันกระจายทำ เอางง..ทีเดียว เพราะไม่เคยเห็นใครที่ฟังเพลงเราแล้วแด๊นซ์ซะขนาดนี้
แถมตอนที่เราเล่นอยู่มีชายหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์ดิ่งมาที่หน้าเวที แล้วขอเพลง “ ซมซาน ”
ของโลโซ ธ่อ..พี่ ถ้าเล่นได้คงเล่นให้ไปแล้ว
หลังจากเล่นจบเป็นวงสุดท้าย พวกเราก็ถูกชักจูง โน้มน้าวต่างๆ นานา
ให้ไปดื่มกินคุยกันต่อที่โรงแรมเมอร์ลิน โดยชาว Buddish Holiday และ Scrubb ซึ่งในตอนแรกทีเดียวพวกเราต่างก็มีเหตุผลเดียวกันที่จะไม่ไปที่นั่น
แต่สุดท้ายในที่สุดก็ทนการรบเร้าไม่ไหว (จริงๆใจง่าย)
กิจกรรมหลังจากนี้มิอาจนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้
จึงขอจบวันแรกของทริปเขาหลักแต่เพียงเท่านี้..
ราตรีสวัสดิ์

Chapter 2 TO BE CONTINUE >>

Story by Blue Bear Traveler

Picture by Aya-Chan

Copyright 2005 Bear-garden@Panda Records
314/437 Preecha-Lampetch Village,
Soi Ramkamhaeng 76, Huamark, Bangkapi, Bangkok 10240
TEL : 662 3763888 FAX : 662 3763939
contact : bear-garden@wearepanda.com